หลายคนฝันอยากมีบ้านในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในฮอกไกโด ดินแดนแห่งหิมะขาวและลานสกีระดับโลกอย่างนิเซโกะ ฟูราโน่ และคิโรโระ แต่คำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ "คนไทยซื้อบ้านในญี่ปุ่นได้ไหม?" คำตอบคือ ได้อย่างถูกกฎหมาย 100% ไม่มีข้อจำกัดด้านสัญชาติหรือวีซ่า บทความนี้จะพาคุณผ่านทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ
1. คนไทยซื้อบ้านในญี่ปุ่นได้จริงหรือ?
ตามกฎหมายญี่ปุ่น ชาวต่างชาติทุกสัญชาติ รวมถึงคนไทย สามารถซื้อและถือครองอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นได้ 100% ทั้งตัวบ้านและที่ดิน โดยไม่จำเป็นต้องมีวีซ่าถาวร (永住権) หรือสัญชาติญี่ปุ่น
ข้อแตกต่างเดียวจากคนญี่ปุ่นคือ การขอสินเชื่อจากธนาคารญี่ปุ่นอาจยากกว่า เนื่องจากส่วนใหญ่ต้องการวีซ่าถาวรหรือการพำนักระยะยาว อย่างไรก็ตาม การซื้อด้วยเงินสดหรือโอนเงินจากต่างประเทศสามารถทำได้โดยตรง ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมในหมู่นักลงทุนชาวไทย
2. ทำไมฮอกไกโดถึงน่าสนใจสำหรับคนไทย?
ฮอกไกโดมีเสน่ห์พิเศษที่ดึงดูดนักลงทุนและผู้ซื้อบ้านชาวไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยปัจจัยหลักหลายประการ
ประการแรก ราคาที่ดินและบ้านในฮอกไกโดยังต่ำกว่าโตเกียวและโอซาก้ามาก บ้านเก่า (古民家 / kominka) ในพื้นที่ใกล้ลานสกีมีราคาเริ่มต้นเพียง 3–8 ล้านเยน (ประมาณ 750,000 – 2,000,000 บาท) รวมค่ารีโนเวทครบวงจรอยู่ที่ 10–15 ล้านเยน ซึ่งถูกกว่าคอนโดในกรุงเทพฯ ชั้นดีมาก
ประการที่สอง ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าในปัจจุบัน (ปี 2024–2025) ทำให้กำลังซื้อของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อน ราคาบ้านในฮอกไกโดเมื่อคิดเป็นเงินบาทถูกลงกว่า 20–30%
ประการที่สาม ฮอกไกโดมีศักยภาพในการปล่อยเช่าระยะสั้น (Airbnb / VRBO) สูงมากในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะพื้นที่นิเซโกะที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก
- ราคาบ้านเริ่มต้น 3–8 ล้านเยน (รวมรีโนเวทอยู่ที่ 10–15 ล้านเยน)
- ค่าเงินเยนอ่อน — ซื้อได้ในราคาดีกว่าเดิม 20–30%
- ไม่มีข้อจำกัดการถือครองสำหรับชาวต่างชาติ
- ศักยภาพปล่อยเช่าสูงในฤดูสกี (ธ.ค.–มี.ค.)
- ใกล้สนามบินนานาชาติ (นิวชิโตเซะ — บินตรงจากกรุงเทพฯ)
3. ขั้นตอนการซื้อบ้านในฮอกไกโด (ทีละขั้น)
กระบวนการซื้อบ้านในญี่ปุ่นมีขั้นตอนที่ชัดเจน แม้จะดูซับซ้อนในตอนแรก แต่เมื่อมีตัวแทนที่ไว้ใจได้ดูแล ทุกอย่างจะราบรื่น
- ขั้นที่ 1: กำหนดงบประมาณและพื้นที่ที่ต้องการ (ซัปโปโร / นิเซโกะ / ฟูราโน่ / คิโรโระ / โอตารุ)
- ขั้นที่ 2: ติดต่อตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่มีใบอนุญาต (宅地建物取引業者) และพูดภาษาไทยได้
- ขั้นที่ 3: เลือกดูบ้านและตรวจสอบเอกสารกรรมสิทธิ์ (登記簿謄本)
- ขั้นที่ 4: ยื่นคำเสนอซื้อ (買付証明書) และเจรจาราคา
- ขั้นที่ 5: ทำสัญญาซื้อขาย (売買契約書) พร้อมชำระมัดจำ 10%
- ขั้นที่ 6: โอนเงินส่วนที่เหลือและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ (所有権移転登記)
- ขั้นที่ 7: รับกุญแจ — บ้านเป็นของคุณแล้ว!
4. ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียม
นอกจากราคาบ้านแล้ว ผู้ซื้อต้องเตรียมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 6–10% ของราคาซื้อขาย ดังนี้
- ค่าธรรมเนียมตัวแทน (仲介手数料): สูงสุด 3% + 60,000 เยน + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 10%
- ภาษีจดทะเบียนโอน (登録免許税): 0.4–2% ของมูลค่าประเมิน
- ภาษีได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (不動産取得税): 3% ของมูลค่าประเมิน (ชำระครั้งเดียว)
- ค่าทนายความ / ผู้รับรองเอกสาร (司法書士): ประมาณ 100,000–200,000 เยน
- ภาษีทรัพย์สินรายปี (固定資産税): ประมาณ 0.3–1.4% ของมูลค่าประเมินต่อปี
- ค่ารีโนเวท (กรณีบ้านเก่า): 2–7 ล้านเยน ขึ้นอยู่กับขนาดและระดับการตกแต่ง
5. เอกสารที่ชาวต่างชาติต้องเตรียม
สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น เอกสารที่ต้องเตรียมมีดังนี้
- หนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง
- เอกสารยืนยันที่อยู่ในประเทศไทย (เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน หรือใบขับขี่)
- Inkan (ตราประทับส่วนตัว) หรือลายเซ็น — สำหรับชาวต่างชาติมักใช้ลายเซ็นแทน
- หลักฐานแหล่งที่มาของเงิน (Bank Statement ย้อนหลัง 3–6 เดือน)
- เลขประจำตัวผู้เสียภาษีญี่ปุ่น (マイナンバー) — หากมีการพำนักในญี่ปุ่น
6. ทำไมต้องเลือก my room ในการซื้อบ้านฮอกไกโด?
my room เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลฮอกไกโด (宅地建物取引業 北海道知事 石狩(1)第9179号) ให้บริการครบวงจรสำหรับลูกค้าชาวไทยและต่างชาติโดยเฉพาะ
ทีมงานของเราพูดภาษาไทยได้ และดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่ค้นหาบ้าน ดำเนินการซื้อ ออกแบบรีโนเวท จัดหาเฟอร์นิเจอร์ ติดตั้ง Wi-Fi ไปจนถึงบริการทำความสะอาดสม่ำเสมอ ไม่ต้องรู้ภาษาญี่ปุ่น ไม่ต้องบินมาเองทุกขั้นตอน
พร้อมเริ่มต้นแล้วหรือยัง?
ปรึกษาทีม my room ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เราพูดภาษาไทยได้ และดูแลทุกขั้นตอนให้คุณ
แชร์บทความนี้
